เครดิต http://www.childthai.org/cic/c258.htm
การ์ตูน และการ์ตูนสำหรับเด็กเรื่องแรก
โดย : วรวิชญ เวชนุเคราะห์
ที่มา : นิตยสารศิลปากร ปีที่ 41 ฉบับที่ 1 มกราคม - กุมภาพันธ์ พ.ศ.2541 หน้า 68 - 76
Cartoons in Thailand
Cartoons are pictures unrealistically drawn. They first appeared in Thailand during the reign of King Rama V
of the Rattanakosin period. The first cartoon was invented for a periodial, Darunowat Vo1.1 issued in 1864.
In the reign of King Fama VI, the king himself drew cartoons to make fun of his cortiers, and there were quite
a number of cartoonists who drew crtoons about politics. The cartoons grew more and more in popularity
until the second World War when the printing business was in recession.
After the second World War, the Thai cartoons develped considerably both in form and subject - matter.
There was an increase in number of cartoon books both published in Thailand and imported from abroad,
and Thai chidren lerned a lot from those creative works.
Nowadays, the television, a new kind of entertainment, has made tremendous impact on cartoon business
in Thailand. Many cartoonists have to adapt themselves by becoming illustrators for books and magazines.
Forthose who still earn their living as cartoonists have to create their works in accordance with the taste of
teenagers who are ready to keep up with the changing world.
Author ; Nantana Tantivess
1. การ์ตูนคืออะไร
การ์ตูนเป็นคำที่คนไทยรวมกันไปกับภาพวาดแบบต่างๆ ที่ไม่ใช่ภาพวาดเหมือนจริงหรือภาพวาดจิตรกรรมโดยทั่วไป
เรามักจะคุ้นเคยกับภาพการ์ตูในแบบที่เป็นภาพยนตร์การ์ตูนหนังสือการ์ตูน ภาพการ์ตูนตลกและภาพการ์ตูนการเมือง
ภาพการ์ตูนมักเป็นภาพวาดลายเส้นง่ายๆ ถ้ามีภาพอย่างเดียวก็จะเป็นการ์ตูนเงียบหากต้องการให้ผู้อ่านทราบว่าตัวการ์ตูน
พูดจาอะไรกัน มักมีลูกโป่ง หรือบัลลูนลอยอยู่เหนือตัวการ์ตูน ในบัลลูนก็จะมีบทสนทนาสื่อความหมายให้ผู้อ่านเข้าใจ
เมื่อเอ่ยถึงคำว่าการ์ตูน ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ทั้งชายและหญิงก็นิยมดูกันทั้งนั้น การที่ใครๆ ต่างก็ชอบดูหรืออ่านหนังสือ
การ์ตูนนั้น อาจเป็นเพราะว่านอกจากจะสัมผัสได้โดยง่ายแล้วการ์ตูนยังสร้างอารมณ์ขันให้ผู้ดูคล้อยตามไปอีกด้วย หนังสือ
การ์ตูนหรือนิยายภาพตามแต่ใครนิยมเรียก คือหนังสือภาพการ์ตูนที่แต่ละหน้าแบ่งเป็นช่องเล็กๆบรรจุเรื่องราวและภาพวาด
ลำดับเรื่องติดต่อกันไปตั้งแต่ต้นจนจบหนังสือการ์ตูนที่พิมพ์ออกวางจำหน่ายในท้องตลาดนั้น มักจะพิมพ์ด้วยกระดาษที่ใช้
พิมพ์หนังสือพิมพ์รายวัน มีราคาถูก แต่ไม่อาจเก็บได้นานเพราะกระดาษฉีกขาดง่ายนอกจากนั้นการเสื่อมสลายของสภาพ
กระดาษตามกาลเวลาก็มีส่วนทำให้การ์ตูนสูญหาย เราจึงไม่อาจพบเห็นหนังสือการ์ตูนเก่าๆ ที่เคยอ่านสมัยเด็กได้โดยง่ายนัก
เราอาจจำแนกรูปแบบของการ์ตูนได้ดังนี้คือ
1. การ์ตูนการเมืองเป็นภาพล้อที่มีผลต่อผลต่อกลุ่มชนและสังคม พบเห็นได้จากหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน
2. การ์ตูนชวนหัว เป็นภาพที่มุ่งสร้างอารมณ์ขันแก่ผู้อ่าน
3. การ์ตูนช่อง หรือนิยายภาพ เป็นเรื่องราวประกอบภาพ มีตัวแสดงเหมือนชมภาพยนตร์
4. ภาพประกอบ เป็นภาพวาดเพื่อเน้นเหตุการณ์บางตอนของบทความหรือบทประพันธ์รวมไปถึงงานพาณิชยศิลป์ด้วย
เช่น ภาพประกอบเนื้อความโฆษณา เป็นต้น
5. ภาพการ์ตูนเคลื่อนไหว คือภาพยนตร์การ์ตูนนั่นเอง
ประโยชน์ที่ผู้อ่านหนังสือการ์ตูน หรือผู้ดูหนังสือการ์ตูนจะได้รับ คือ
1. ความบันเทิง เป็นเป้าหมายหลักที่ผู้ผลิต และผู้อ่านคาดหมายว่าจะได้โดยตรง
2. ความรู้ บางครั้งผู้อ่านอาจได้รับเรื่องราวสิ่งละอัน พันละน้อยจากการ์ตูน เช่น จากเรื่องขบวนการแก้จนที่วาดโดย
คุณประยูรจรราวงษ์ ใน น.ส.พ. ไทยรัฐ เป็นต้น
3. จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ สำหรับเด็กๆ แล้วโลกของการ์ตูนจะเป็นดินแดนแห่งความฝัน เขาสามารถไป
ยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตด้วยยานมหัศจรรย์ที่ชื่อว่า การ์ตูน
2. พัฒนาการของการ์ตูนไทย
สังคมไทยมีภาพวาดทำนองเดียวกันกับภาพการ์ตูนมานานแล้ว อาทิ ภาพวาดตามฝาผนังโบสถ์ซึ่งมักจะเป็นภาพ
ประกอบหาใช่เนื้อหาจริงของภาพ ภาพจากสมุดข่อย ภาพบนฝาตู้พระธรรม เป็นต้น แต่ยังไม่อาจเรียกเป็นภาพการ์ตูนได้
มีผู้รู้ตั้งกฎเกณฑ์ว่าหากมีการทำแม่พิมพ์ ตีพิมพ์ภาพซ้ำกันหลายๆ ภาพนำเผยแพร่สู่สาธรณชน จนควรเรียนกว่าภาพการ์ตูนได้
ตัวการ์ตูนไทยตัวแรกที่ตีพิมพ์ในหนังสือไทยคือ หัวหนังสือชื่อ ดรุโณวาท เล่ม 1 นำเบอร์ 1 วันอังคาร เดือน 8 แรม
เก้าค่ำ ปีจอ ฉอศกจุลศักราช 1236 ตรงกับ พ.ศ. 2417 จึงอาจกล่าวได้ว่าตัวการ์ตูนไทยมีอายุถึงปีนี้ได้ 120 กว่าปีแล้ว
ก่อนรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้นหนังสือพิมพ์ในประเทศไทยมักจะมีตัวหนังสือเป็นพื้น เนื่องจาก
ไม่มีผู้ทำแม่พิมพ์เป็น หากมีการตีพิมพ์ภาพ จะใช้วิธีแกะไม่ได้เพียงภาพหยาบๆ เท่านั้นหรือมิฉะนั้นก็ส่งภาพไปทำแม่พิมพ์
โลหะถึงประเทศอินเดีย ถึงระยะต้นรัชกาลที่ 6 ขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิตเป็นคนไทยคนแรกที่เริ่มเปิดร้านทำแม่พิมพ์โลหะที่
เรียกกันว่าบล๊อกขึ้น ตั้งชื่อร้านว่าฮาล์ฟโทนบรรดาโรงพิมพ์หนังสือพิมพ์ใหญ่เล็กทั้งหลายนิยมส่งภาพไปทำบล๊อกนำมา
ตีพิมพ์ประกอบข่าว ทำให้หนังสือน่าอ่านขึ้นมาก
พระบาทสมเด็จประมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยในการหนังสือพิมพ์มาก ทรงวาดภาพฝีพระหัตถ์เป็นการ์ตูนล้อ
พวกข้าราชบริพารลงในหนังสือดุสมิต นอกจากนั้นในหนังสือเล่มเดียวกันนี้ มีภาพเขียนประกอบเรื่องฝีมือขอพระยาอนุศาสน์
จิตรกร (จันทร์ จิตรกร) อีกมากมาย
ขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิตก็วาดภาพการ์ตูนล้อการเมืองลงในหนังสือพิมพ์กรุงเทพเดลิเมล์ ครั้นต่อมาหนังสือพิมพ์ยามาโต
ของนายไอคี ยาคาวา ชาวญี่ปุ่นที่มาทำหนังสือพิมพ์ขายในเมืองไทยก็ตีพิมพ์ภาาพการ์ตูนล้อการเมืองบ้าง โดยฝีมือของ
ธัญญะอุทธถานนท์ใช้นามปากกาว่า ธัญญ
ภาพการ์ตูนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยมาจากการ์ตูนล้อการเมืองมาเป็รการ์ตูนนิทานเรื่องยาวลงติดต่อกันตามหน้า
หนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับ นำโดยครูฟื้น รอดอริห์ และสวัสดิ์ จูทะรพ ผู้ให้กำเนิดตัวการ์ตูนขุนหมื่น โดยวาดลงในหนังสือ
พิมพ์ศรีกรุง และสยามราษฎร์ในราว พ.ศ.2477 นักวาดการ์ตูนอีกผู้หนึ่งซึ่งไม่อาจจะลืมไปได้คือ คุณฉันท์ สุวรรณะบุณย์
วาดการ์ตูนเรื่องป๋องกับเปรียว ลงในหนังสือพิมพ์เดลิเมล์เป็นประจำ
ยังมีสามจิตรกรผู้ครองใจนักอ่าน คนแรกคือ เฉลิม วุฒิโฆสิต บรรณาธิการนักวาดภาพปกภาพประกอบ คนที่สองคือ เสน่ห์
คล้ายเคลื่อน และคนสุดท้าย ครูเหม เวชกร ทั้งคู่เป็นนักวาดภาพปก ภาพประกอบ แต่ครูเหม มักจะเน้นหนักด้านสะท้อนภาพ
ความเป็นไทย พยายามเก็บรักษาประวัติศาสตร์ชาติไทยเอาไว้ จึงมีผู้กล่าวถึงครูเหมอยู่เสมอ
ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง คุณวิตต์ สุทธเสถียร วาดภาพการ์ตูนลงในหนังสือพิมพ์สยามโครนิเคิล ตีพิมพ์ภาษา
อังกฤษ การ์ตูนของคุณวิตต์จึงต้องบรรยายเป็นภาษาอังกฤษตามไปด้วยเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองอุบัติขึ้นทั้งในยุโรปกับ
เอเชีย ส่งผลให้กิจการหนังสือพิมพ์ต้องซบเซาและหยุดกิจการไปหลายฉบับครั้นสงครามโลกสงบลงเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวใน
ตอนนี้จึงมีนักกวาดภาพฝีมือเกิดขึ่นมาในวงการหนังสือหลายคนอาทิ คุณประยูร จรรยาวงษ์ คุณพิมน กาฬสีห์ หรือตุ๊กตา
คุณสงบ แจ่มพัฒน์ หรือแจ๋วแหวว คุณพนม สุวรรณะบุณย์ หรือตุ๊ดตู่ เป็นต้น
ช่วงปี พ.ศ. 24496 ถึง 2505 จัดเป็นยุคทองของการ์ตูนไทยโดยแท้ เนื่องจากมีนักวาดภาพฝีมือดีมากมายช่วยกัน
สร้างสรรค์หนังสือการ์ตูนที่มีคุณภาพ อีกทั้งภาพประกอบภาพปก ก็มีการวาดแข่งขันฝีมือ โดยมีนักอ่านเป็นผู้ตัดสิน นอกจาก
การ์ตูนไทยแล้ว ยังมีหนังสือการ์ตูนจากยุโรปและสหรัฐฯ ใส่คำบรรยายภาษาไทย การ์ตูนพวกนี้ชวนให้เด็กไทยหูกว้างตา
ไกลขึ้น ได้รู้จักประเพณีและวัฒนธรรมของชาตะวันตกไปในตัว
ในขณะที่หนังสือการ์ตูนผลิบานบนแผงหนังสือนั้น ความบันเทิงอีกรูปแบบหนึ่งก็เยือนมาถึงบ้านเรือน นั่นคือโทรทัศน์
จากกระแสการเรียกร้องขอมีเครื่องรับโทรทัศน์ไว้ดูของสมาชิกในครอบครัว ก็มีส่วนในการตัดสินซื้อหนังสือของหัสหน้า
ครอบครัวเช่นกัน ยังผลให้ตลาดหนังสือการ์ตูนทรุดฮวบลงทันทีหนังสือการ์ตูนที่เคยประดับหน้าแผงก็พลัดลดทีละเล่ม
สองเล่มสถานการณ์เช่นนี้ทำให้นักวาดภาพการ์ตูนต้องปรับเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอด ด้วยการวางมือจากงานการ์ตูน
กลับเข้าทำงานประจำตามบริษัทบ้าง ตามสำนักพิมพ์ตำราบ้างอย่างไรก็ดียังมีหนังสือการ์ตูนตุ๊กตา เบบี้ และหนูจ๋า เป็นต้น
ความบันเทิงเล็กๆ น้อยๆ สำหรับเด็กไทยได้จากภาพยนตร์การ์ตูนที่ฉายทางโทรทัศน์ส่วนใหญ่ ก็หนีไม่พ้นการ์ตูนญี่ปุ่น
จึงมีผู้ทำหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น เสริมขึ้นมาจากหนังสือการ์ตูน ในเวลาเพียงไม่กี่ปีหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นก็สามารถยึดครองแผง
หนังสือได้สำเร็จ ดังนั้น ทุกวันนี้เราจึงเห็นหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น มีคำบรรยายเป็นภาษาไทยแพร่หลายอยู่ทั่วประเทศเด็กไทย
ตั้งแต่วัยเริ่มเรียน นักเรียนชั้นประถมชั้นมัธยมแม้ชั้นอุดมศึกษาก็ถือหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นควบคู่ไปกับตำราเรียน
เมื่อสิ้นยุคทอง จึงถือเป็นยุคมืดของการ์ตูนไทย เพราะภาพรวมส่วนใหญ่ของการ์ตูนไทยนอกจากจะหยุดนิ่งแล้วยังมีแต่
สูญหายไปเรื่อยๆ เริ่มจากการล้มหายตายจากของนักวาดภาพรุ่นเก่า การเสื่อมสลาย ตามกาลเวลาของหนังสือและสุดท้ายคือ
การสาบสูญไปจากความทรงจำของผู้อ่านหนังสือการ์ตูนต่างวัยผลก็คือเยาวชนที่กำลังเป็นวัยรุ่น และวัยหนุ่มสาวของไทย มัก
จะไม่เคยได้รู้เห็นถึงผลงานขอองคนรุ่นก่อน
ปัจจุบัน หนังสือการ์ตูนของไทยเรามีหลงเหลืออยู่บนแผงอยู่บ้าง บางส่วนก็มีการพัฒนาไปเป็นหนังสือเด็ก ตีพิมพ์ภาพสี
สวยๆ ที่เป็นหนังสือนิตยสารสารคดีกึ่งการ์ตูนก็มีหลายเล่มแต่ก็ยังคาดหวังไม่ได้ว่าการ์ตูนไทยยังจะคงอยู่คู่สังคมไทยตลอดไป
3. ประเภทของหนังสือการ์ตูนไทยในช่วงยุคทอง
3.1 การ์ตูนครอบครัว เป็นหนังสือการ์ตูนที่อ่านได้ทุกเพศทุกวัย มีเล่มเดียวอ่านได้หมดทุกคนในครอบครัว คือตั้งแต่
เด็กที่ยังอ่านหนังสือไม่ได้ ไปจนถึงคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยายจึงเรียกว่า การ์ตูนครอบครัวประการหนึ่งอีกประการหนึ่งตัว
แสดงในหนังสือการ์ตูนมักเป็นสมาชิกในครอบครัว แนวความคิดนี้แต่เดิมนักวาดการ์ตูนไทย ได้มาจากการ์ตูนฝรั่ง ต่อมา
เพิ่มเติมเนื้อหาสาระเข้าไปอีกจนกลายเป็นการ์ตูนไทยเต็มตัว การ์ตูนครอบครัวที่นักอ่านนิยมได้แก่
การ์ตูนตุ๊กตา วาดภาพโดย พิมน กาฬสีห์ หรือตุ๊กตา
การ์ตูนเบบี้ วาดภาพโดย จำรูญ เล็กสมทิศ หรืออาจิ๋ม
การ์ตูนแจ๋วแหวว วาดภาพโดย สงบ แจ่มพัฒน์ หรือแจ๋วแหวว
การ์ตูนคุณหนูเด็กดี วาดภาพโดย จุลศักดิ์ อมรเวช หรือ จุก เบี้ยวสกุล ฯลฯ
3.2 การ์ตูนจากนิทานพื้นบ้านไทย เรื่องจักรๆ วงศ์ ๆ เรื่องจากวรรณคดีไทย มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับคนไทย
มานานแล้ว แต่เดิมนั้นเด็กไทยมักจะมีตายายคอยเลี้ยงดูเล่านิทานให้ฟังเมื่อนักวาดการ์ตูนนึกหาเค้าโครงเรื่องที่จะวาด
ก็จะต้องนึกถึงนิทานพื้นบ้านไทยก่อนเรื่องอื่น นักวาดรุ่นบุกเบิก ได้แก่ ครูสวัสดิ์ จูฑะรพ ก็จับเอานิทานพื้นบ้านไทยมาวาด
เป็นการ์ตูนลงในหนังสือพิมพ์ศรีกรุงและสยามราษฎร์ เช่น เรื่องชูชก พระอภัยมณี พระสมุท เป็นต้น ครูจำนงค์ รอดอริห์
วาดเรื่องพญาน้อยชาตลาด ครูเหมเวชกร วาดภาพวิจิตรมากมายหลายเรื่องส่วนใหญ่เป็นนิทานพื้นบ้านไทยและวรรณ
ดคีไทย เช่น ขุนช้างขุนแผน, ศรีธนญชัย, กากี, กามนิต เป็นต้น หลังสงครามโลกครั้งที่สอง นักวาดการ์ตูนเรื่องหลวิชัย -
คาวี นางสิบสอง นอกระจาบ ไกรทอง ฯลฯ ตุ๊กตา วาดการ์ตูนเรื่องระเด่นลันได
ในยุคทองของการ์ตูนไทย นักวาดการ์ตูนหลายคนช่วยกันสร้างสรรค์การ์ตูนจากนิทานพื้นบ้านไทย มีทั้งเอาเนื้อหา
ของเก่า และแต่งเรื่องขึ้นใหม่มากมาย ซึ่งจะลำดับพอสังเขปได้คือ
พ.บางพลี วาด น้องศรีธนญชัย ขุนขวานทมิฬ เจ้าชายลิ้นดำ อัศวินสายฟ้า ฯลฯ
ฉลอง ธาราพรรค์ วาด ระเด่นลันได เจ้าชายกาลี กณีโสภา ฯลฯ
มนตรี ว.ณ. วาดเรื่อง เดชผีพราย ฯลฯ มนตรี โกมารกุล วาดเรื่องอสูรกลืนแผ่นดินฯลฯ
พนัส สุวรรณะบุณย์ วาดเรื่อง เจ้าชายดำรงฤทธิ์ ฯลฯ
ฯลฯ
3.3 . การ์ตูนผจญภัย เป็นการ์ตูนแบบมีพระเอกกับผู้ร้าย มีหลายแนวทาง เช่น แนว วิทยาศาสตร์แนวลักลับมหัศจรรย์
แนวชีวิตเศร้าโลดโผน มีแทบทุกรสในหนังสือการ์ตูนผจญภัยดังจะยกมาเป็นตัวอย่าง เช่น
สากล อัตตปัญโญ วาดเรื่อง จุ่นต้อยผจญภัย
จินดา สุดสุจริต วาดเรื่อง แย้ก กับเด็ก ผจญยักษ์ดอง
ฉันท์ สุวรรณะบุฯย์วาดเรื่องป๋อง - เปรียวผจญภัย
ณรงค์ จันทร์เพ็ญ วาดชุดเด็กผจญภัยได้แก่ บ้านผีดุ สู้จานผี คดีฟันปลอมหาย เดชอภินหาร แดนอิสป ฯลฯ
สุริทร์ ปิยนันท์ วาดเรื่อง หน้ากากผี
ชุมพร แก้วสาน วาดเรื่อง จอมอภินิหาร
อดิเรก อารยะมนตรี วาดเรื่อง หนูเล็ก ลุงโกร่ง
วิชัย อภัยสุวรรณ หรือตุ๊ยตุ่ย วาดเรื่องเจี๊ยบผจญสลัด ฯลฯ
ตุ๊กตา วาดเรื่อง ห้องสีชมพู เด็กดำ ผจญภัย จากรั้วมัลลิกา เวียงฮ่อ ฯลฯ
แจ๋วแหวว วาดเรื่อง ผาเลือด เมาคลีลูกหมาป่า
ตุ๊ดตู่ หรือ พนม สุวรรณะบุญย์ วาดเรื่องเล็บครุฑ
วัฒนา วาดเรื่อง ดุจเดือน กระต่าย ฯลฯ
จุ๋มจิ๋ม วาดเรื่อง ดาวรุ่ง ไอ้หนู ฯลฯ
แทน วาดเรื่อง จ้าวทุ่ง พันหนึ่งทิวา
สมาน รัศมิทัต วาดเรื่อง ตุ่มวิเศษ ฯลฯ
3.4 การ์ตูนแปลจากภาษาต่างประเทศ การ์ตูนไทยมีรูปแบบและที่มาจากกการ์ตูนยุโรป กับสหรัฐ เรียกกันว่า
การ์ตูนฝรั่ง ในยุคแรกๆ นั้นการ์ตูนฝรั่งเข้ามาพร้อมกับภาพยนตร์ เช่นเรื่อง อัศวินคู่บัลลังก์ อัศวิทโต๊ะกลม ใต้ทะเลสองหมื่นโยชน์
ซึ่งเป็นการ์ตูนเขียนมาจากบทภาพยนตร์ จึงมีคนไทยนำมาใส่คำแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ต่อมาจึงมีคนทำอย่าง
จริงๆ จังๆ ข้อดีของหนังการ์ตูนพวกนี้คือ วาดภาพสายถูกสัดส่วน มีองค์ประกอบที่ดีเป็นแบบอย่างสำหรับเนื้อหาสาระเหมาะ
สำหรับเด็กๆ ไม่มีภาพที่รุนแรง จึงเป็นหนังสือการ์ตูนอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูง ในยุคสมัยนั้นก็มีลุงโจ้ หรือ เสถียร
หาญคุณตุละ ช่างเขียนประจำร้านบล๊อกเป็นผู้บุกเบิก การ์ตูนเรื่องที่มีคนกล่าวถึงมากได้แก่หุ่นเหล็กวิเตชา สิงห์เชิ้ตดำ ขุนธนู
งูเห่า ขุนศึกไวกิ้ง ขุนทัพโอแล๊ค
นักวาดยุคบุกเบิกอีกผู้หนึ่งคือ อภิรมย์ซึ่งแปลแต่การ์ตูนคาวบอยตะวันตก ได้แก่ เรื่อง คิต คาร์สัน, เชน และบั๊คโจนส์
ต่อมา จันตรี ศิริบุญรอด จึงคิดทำบ้างเลือกเอาเรื่องดิ๊ก เทอร์ปิน และเรื่องวิทยาศาสตร์สนุกๆ มีหนังสือพิมพ์ สำหรับเยาวชน
ฉบับหนึ่งชื่อวีรธรรม ได้นำการ์ตูนชั้นดีมาแปลลงติดต่อเป็นประจำ เช่น แฟลช การ์ดอน, เจ้าชายกล้าหาญ, ความลับในอาราม
ร้าง, ลูกนกอินทรี ฯลฯ
3.5 นิทาน - การ์ตูน เ ป็นหนังสือประเภทนิทานมีภาพประกอบ หรือ การ์ตูนมีนิทานประกอบ ซึ่งยังมีความนิยมอยู่ใน
ปัจจุบันนี้และเชื่อว่าอาจจะเป็นหนังสือการ์ตูนไทยประเภทเดียวที่ยังมีชีวิตเหลือรอดในอนาคตการ์ตูนนิทานหรือนิทานการ์ตูน
เกิดขึ้นมาโดยโรงพิมพ์ประชาช่างจากความคิดของคุณต่วนยาวะประภาษ เมื่อพ.ศ. 2596 ในช่วงนั้นโรงพิมพ์ประชาช่างเป็น
ยักษ์ใหญ่ของนิทานมีภาพประกอบ ซึ่งคัดเลือกเอานักวาดภาพฝีมือดีได้แก่ ครูอาด อ๊อดอำไพ สงวน รอดบุญ มงคล วงศ์อุดม
ชื่อนิทาน ของประชาช่างได้แก่ นิทานแสนสำราญ นิทานแสนสนุก เทพนิทาน นิทานดาวกระจาย ฯลฯ
ต่อมาโรงพิมพ์คุรุสภาออกนิทานบ้างให้เชื่อว่านิทานกะเยงทอง มีเรื่องโคบุตรบ้าง ซุนปิน ฯลฯ ให้นักวาดภาพคือ จินดา
เป็นผู้วาดภาพประกอบ หลังจากนั้นมีสำนักพิมพ์อีกหลายแห่งทำหนังสือนิทาน แต่มีภาพประกอบน้อยลง ไปเน้นอยู่ที่เนื้อเรื่อง
เสียมาก เด็กๆ จึงไม่ใคร่นิยมสักเท่าไร ปัจจุบันมีผู้เห็นความสำคัญของภาพประกอบในหนังสือประกอบภาพสำหรับเด็ก ได้
รับความนิยม นักวาดภาพประกอบภาพก็มีมากมายหลายคน อาทิ อัศวิน อรุณแสง เจตน์ มหาเกต สมชาย ปานประชา ฯลฯ
เป็นต้น
3.6 ภาพการ์ตูนเคลื่อนไหว หรือที่เรียกกันว่าภาพยนตร์การ์ตูน หรือหนังการ์ตูน ในประเทศไทยเรามีผู้ทำน้อยราย
เนื่องจากกรรมวิธีที่ยุ่งยากและต้องใช้ทุนสูงในอดีตหลังสงครามโลกครั้งที่สองสงบลง คุณเสน่ห์คล้ายเคลื่อนนักวาดภาพปก
ภาพประกอบ ได้คิดนำหนังการ์ตูนแต่ไม่สำเร็จ ต้องเสียชีวิตเพราะตรากตรำงานหนักเสียก่อน หลังจากนั้น ปยุตเงากระจ่าง
จึงศึกษาแนวทางต่อและทำหนังการ์ตูนเรื่องแรกของไทยได้สำเร็จ มีชื่อเรื่องว่าเหตุมหัศจรรย์ต่อมาปยุตได้ทำหนังการ์ตูนอีก
หลายเรื่องทั้งที่เป็นหนังโฆษณา เช่น เรื่อง หนูหล่อพ่อเขาพาไปดูหมี หนูแหวนแขนอ่อน ตาหวังหลังโกง พญาน้อยชมตลาด
ขุนหมื่นยอดชายนายทหาร เป็นต้น ส่วนที่เป็นหนังการ์ตูนเรื่องยาวทำให้กับสำนักงานข่าวสารอเมริกา เรื่องปราบหมี กับเรื่อง
หนุมาน จนถึง พ.ศ. 2521 ปยุต เงากระจ่าง ทำหนังการ์ตูนเรื่องยากออกมาอีกเรื่องหนึ่งคือ สุดสาคร นับได้ว่าคุณปยุตเป็น
บุคลากรด้านภาพยนตร์การ์ตูนที่หาได้ยากในเมืองไทยผู้หนึ่ง
จบครับ